วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

5 อุปสรรคในการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน

การสื่อสารในการทำงานที่ไม่ดีพอ อาจนำมาซึ่งการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพได้ โดยส่วนมากมักมาจากสาเหตุดังต่อไปนี้

1) มีอคติกับเรื่องส่วนตัวของเพื่อนร่วมงาน
คนทำงานหลายคนแยกแยะไม่ได้ว่าอันไหนคือการทำงาน อันไหนคือเรื่องส่วนตัว เมื่อเกิดความรู้สึกไม่ชอบทัศนคติบางอย่างของเพื่อนร่วมงาน เราจะรู้สึกว่าไม่อยากพูดกับเขา แม้กระทั่งในเวลางานก็ตาม การที่เราเลือกที่จะไม่คุยกับเพื่อนร่วมงาน เพราะรู้สึกไม่ชอบเขา จะทำให้เราไม่สามารถทำงานเป็นทีมได้ เราไม่สามารถทำใจยอมรับเพื่อนร่วมงานได้ทุกเรื่อง แต่เมื่อถึงเวลาต้องทำงาน เราก็ควรมีความเป็นมืออาชีพ ไม่เอาเรื่องส่วนตัวมารวมกับเรื่องงาน

2) ไม่ยอมเปิดใจให้กว้าง
ทำงานเข้ากันไม่ได้ เป็นสิ่งที่เรามักจะได้ยินอยู่เสมอ เมื่อใครคนใดคนหนึ่งทำงานร่วมกับทีมไม่ได้ ปัญหานี้อาจจะเกิดจากการที่เรามีทัศนคติที่เข้ากับเขาไม่ได้ แล้วคิดไปเองว่าเขาไม่น่าจะทำงานเป็น หรือไม่สามารถทำงานเข้ากับเราได้ ซึ่งทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาของการทำงาน หากเรากำลังมีความคิดเช่นนี้ เราอาจจะต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ ปัญหาของการสื่อสารในที่ทำงาน อาจไม่ได้เกิดจากเขาเพียงฝ่ายเดียว แต่อาจจะเกิดจากเราด้วยที่ไม่ยอมเปิดใจยอมรับความแตกต่าง จึงทำให้ไม่สามารถทำงานประสานกันได้

3) ไม่มีมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน
การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในการทำงาน จะทำให้เราทำงานร่วมกับคนอื่นได้ง่ายขึ้น แต่ในทางกลับกัน หากเราไม่คิดที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในการทำงาน ก็จะยิ่งทำให้เราห่างไกลจากการเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี อีกทั้งยังจะทำให้การสื่อสารภายในทีมมีน้อยลงตามไปด้วย และแน่นอนว่าสิ่งที่ตามมา คือ การที่เราไม่สามารถสร้างความเข้าใจที่ดีภายในทีมได้ และไม่สามารถทำงานร่วมกันได้

4) ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน
การยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น เป็นสิ่งที่จะทำให้แนวคิดในการทำงานมีความหลากหลาย และมีความเป็นเสรีทางความคิดมากขึ้น เมื่อหนึ่งในเพื่อนร่วมงานของเราแสดงความคิดเห็นใด ๆ ก็ตาม เราต้องเคารพความคิดเห็นขอเขา ไม่ใช่ว่าจะไม่เห็นด้วยไปเสียทุกครั้ง แม้ว่าความคิดเห็นของเขาจะไม่ได้เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น จะทำให้มีความเป็นมิตรมากยิ่งขึ้น และเป็นเพื่อนร่วมงานที่เขาอยากทำงานด้วย

5) ไม่ยอมพูดความจริง
เรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยากทุกครั้งที่จะต้องตักเตือนเพื่อนร่วมงานเมื่อเขาทำงานผิดพลาด เรามักจะคิดเสมอว่าการปล่อยให้เขาได้ดูแลตัวเองดีกว่าการที่เราต้องตำหนิเขา ความคิดเช่นนี้อาจไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะนั่นเท่ากับว่าเรากำลังส่งเสริมให้เขาทำงานผิด โดยที่ไม่แนะนำวิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ซึ่งเท่ากับว่าเขาและเราสื่อสารกันไม่เข้าใจ แล้วทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันในที่สุด แล้วจะส่งผลกระทบต่อการทำงานในภายหลัง

ดังนั้น การเปิดใจยอมรับและพูดความจริง จะช่วยให้เราก้าวข้ามความเข้าใจผิด และการสื่อสารที่ผิดพลาดได้นะคะ


ที่มา : jobsdb.com

กลุ่มนโยบายและแผน สพป ลำปาง เขต1 Presentation

กลุ่มนโยบายและแผน สพป ลำปาง เขต1 Presentation


วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

การศึกษาในศตวรรษที่ 21


ศตวรรษที่ 21 เป็นยุคที่โลกต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และข้อมูลข่าวสารทุกอย่างก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรอบตัวเราอีกต่อไป เราสามารถก้าวข้ามพรมแดนไปได้ทุกมุมโลกเพียงปลายนิ้วสัมผัส ซึ่งวงการการศึกษาทั่วโลกต่างก้าวพ้นรูปแบบการเรียนการสอนที่ใช้ครูเป็นศูนย์กลาง  มาเป็นการเรียนรู้ในแบบกระบวนทัศน์ใหม่  เรียกได้ว่าเป็นการจัดการศึกษายุคฐานแห่งเทคโนโลยี หรือ Technology  Based Paradigm



ลักษณะของเด็กสมัยใหม่มี 8 ลักษณะ ดังนี้
1. มีอิสระที่จะเลือกสิ่งที่ตนพอใจ แสดงความเห็น และลักษณะเฉพาะของตน
2. ต้องการดัดแปลงสิ่งต่าง ๆ ให้ตรงตามความพอใจและความต้องการของตน (customization & personalization)
3. ตรวจสอบหาความจริงเบื้องหลัง (scrutiny)
4. เป็นตัวของตัวเองและสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เพื่อรวมตัวกันเป็นองค์กร เช่น ธุรกิจ รัฐบาล และสถาบันการศึกษา
5. ความสนุกสนานและการเล่นเป็นส่วนหนึ่งของงาน การเรียนรู้และชีวิตทางสังคม
6. การร่วมมือ และความสัมพันธ์เป็นส่วนหนึ่งของทุกกิจกรรม
7. ต้องการความเร็วในการสื่อสาร การหาข้อมูล และตอบคำถาม
8. สร้างนวัตกรรมต่อทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต


การเตรียมห้องเรียน มีดังนี้
1. Sensory Details รายละเอียดที่มีผลต่อการรับ
2. Seating Arrangement การจัดที่นั่งเรียงโต๊ะนักเรียน 
3. Supplies and Storages วัสดุ อุปกรณ์ช่วยเรียนและที่เก็บของ  
4. Student Information ข้อมูล ข่าวสาร สำหรับนักเรียน

ข้อมูลจาก : http://pajaree2125.blogspot.com/2014/09/21.html
ศึกษาเพิ่มเติม : http://lripsm.wix.com/21st#!-21/c6he  และ http://pajaree2125.blogspot.com/2014/09/21.html

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Bike For Mom

Bike For Mom 
ปั่นเพื่อแม่
กิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา
83 พรรษา 12 สิงหาคม 2558


วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Happy Workplace



- Happy Body (สุขภาพดี) มีสุขภาพแข็งแรง ทั้งกายและจิตใจ รู้จักใช้ชีวิต รู้จักกิน รู้จักนอน ชีวีมีสุข
- Happy Heart (น้ำใจงาม)  มีน้ำใจเอื้ออาทรต่อกันและกัน
- Happy Relax (ผ่อนคลาย) รู้จักผ่อนคลายต่อสิ่งต่างๆ ในการดำเนินชีวิต และการทำงาน
- Happy Brain (หาความรู้) การศึกษาหาความรู้พัฒนาตนเองตลอดเวลาจากแหล่งต่างๆ นำไปสู่การเป็นมืออาชีพ และความมั่นคงก้าวหน้าในการทำงาน
- Happy Soul (คุณธรรม) มีความศรัทธาในศาสนาและมีศีลธรรมในการดำเนินชีวิต มีความละอายและเกรงกลัวต่อการกระทำของตน
- Happy Money (ใช้เงินเป็น) มีเงินรู้จักเก็บรู้จักใช้พอดี มีชีวิตที่เหมาะสม
- Happy Family (ครอบครัวดี) มีครอบครัวที่อบอุ่นและมั่นคง
- Happy Society (สังคมดี) มีความรักสามัคคีเอื้อเฟื้อต่อชุมชนที่ตนทำงาน และพักอาศัย มีสังคมและสภาพแวดล้อมที่ดี

วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Twelve Values Announced by the Head of the National Council for Peace and Order (NCPO)

1.Adore the nation, religion, and HM the King.
2.Be honest, dedicated, patient, and have a fine ideology for public.
3.Be grateful to parents, guardians, and teachers.
4.Study hard, always.
5.Maintain good Thai customs and traditions.
6.Be ethical, honest, well-intentioned, and generous.
7.Learn and understand the democracy headed under HM the King properly.
8.Be disciplined, obey the laws, and pay respect to elderly people.
9.Be conscious, thoughtful, and make good things by following HM the King’s statement.
10.Live philosophically with the self-sufficiency economy.
11. Set the mind and the body strong, overcome desires, and be afraid of sins as stated in religion.
12.Be dedicated to the public’s and the nation’s benefits rather than one’s own benefits.
แปลโดย : ดร.สกุลรัตน์ กมุทมาศ

ค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ

1. มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 

2. ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม 

3. กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ 

4. ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม 

5. รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันงดงาม 

6. มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน 

7. เข้าใจเรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง 

8. มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ 

9. มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

10. รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่ายจำหน่าย และพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี 

11. มีความเข้มแข็งทั้งร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออ านาจฝ่ายต่ า หรือกิเลส มีความละอายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา 

12. คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม และของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง

วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2557

นโยบายและโครงการเร่งด่วน กระทรวงศึกษาธิการ


นโยบายและโครงการเร่งด่วน กระทรวงศึกษาธิการ

ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ครั้งที่ 18/2557 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2557 โดยมีประเด็นสำคัญสรุปดังนี้

7  แผนงาน/โครงการเร่งด่วน

1)โครงการสร้างความเข้าใจความรักสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์ ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ภูมิใจในความเป็นไทย
2) แนวทางการพัฒนาการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง 
3) ปรับการเรียนการสอนภาษาไทยและภาษาต่างประเทศให้สามารถสื่อสารได้ 
4) การเยียวยาและช่วยเหลือนักเรียน ครู ผู้บริหารในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 
5) กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) 
6) โครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แท็บเล็ต 
7) สรุปการเสนอขอรับการสนับสนุนงบกลาง เพื่อช่วยเหลือสถานศึกษาที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว


นโยบายของ คสช.ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 

1)สร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ความสามัคคี 
2) เพิ่มและกระจายโอกาสทางการศึกษาให้ประชาชนอย่างเท่าเทียม 
3) เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ โดยเน้นผลิตและพัฒนากำลังคนระดับกลางและระดับสูงที่มีคุณภาพ และส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่อการพัฒนาประเทศ 
4) ยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยปฏิรูปหลักสูตร การเรียนการสอน เน้นกระบวนการคิดเชิงระบบ ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ความมีวินัย จิตสำนึกความเป็นไทย ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา 
5) ปฏิรูปครู โดยเน้นการผลิตและพัฒนาครูคุณภาพ และให้คนเก่งคนดีมาเป็นครู 
6) ปฏิรูประบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคม และการกระจายอำนาจ 
7) พัฒนาการจัดการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 
8) เตรียมความพร้อมเพื่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 
9) พัฒนาระบบการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาให้ทันสมัย 


การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ของกระทรวงศึกษาธิการ
ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งดำเนินการตาม 8 ยุทธศาสตร์ 1 รายการ คือ 
1)ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูความเชื่อมั่นและการเร่งรัดวางรากฐานที่ดีของประเทศ 
2) ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งรัฐ 
3) ยุทธศาสตร์การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยื ละเป็นธรรม 
4) ยุทธศาสตร์การศึกษา สาธารณสุข คุณธรรม จริยธรรม และคุณภาพชีวิต 
5) ยุทธศาสตร์การจัดสรรทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 
6) ยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม 
7) ยุทธศาสตร์การต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 
8) ยุทธศาสตร์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 
9) รายการค่าดำเนินการภาครัฐ


การจัดทำ Roadmap การปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนอย่างยั่งยืน

(ร่าง) Roadmap การปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนอย่างยั่งยืน ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาให้คนไทยเป็นคนดี มีความรู้ ความสามารถ สมานฉันท์ มีศักยภาพในการแข่งขัน ซึ่งเน้น 6 เรื่องที่สำคัญ คือ ปฏิรูปครู เพิ่มและกระจายโอกาสอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ปฏิรูปการบริหารจัดการ การผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ปฏิรูปการเรียนรู้ และวางระบบการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา